ตำหนักพระองค์เจ้าอัพภันตรีประชา

          ตำหนักพระองค์เจ้าอัพภันตรีประชา เรียกตาม พระนามของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอัพภันตรี ประชา เป็นหนึ่งในตำหนักที่สร้างขึ้นมาในอาณาเขต พระราชฐาน และพระราชอุทยานสวนป่าของพระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยที่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอัพภันตรีประชา ได้เสด็จมาประทับในตำหนัก เมื่อพุทธศักราช ๒๔๖๒

        สถาปัตยกรรมในการก่อสร้างของตำหนัก เป็น การก่อสร้างแบบเรือนปั้นหยา ซึ่งเป็นการประยุกต์ สถาปัตยกรรมตะวันตกผสมผสานการฉลุไม้แบบ ขนมปังขิง หลังคามุงด้วยกระเบื้องว่าว โดยทุกด้านของ หลังคาจะชนกันแบบพีระมิด นิยมทาสีหวานเหมือน ลูกกวาด เช่น สีเขียว สีชมพู สีเหลือง หรือสีต้องตาม พระราชประสงค์ องค์ประกอบของตำหนักมี ๒ ชั้น และมี ชั้นใต้ดิน มีทางขึ้นชั้น ๑ จากภายนอกพระตำหนัก ๒ ทาง ทางเข้าชั้นใต้ดิน ๑ ทาง จากชั้นใต้ดินมีทางขึ้นชั้น ๑ อยู่ ด้านในตำหนัก การขึ้นชั้น ๒ มีบันไดขึ้น ๒ ทาง บันไดใหญ่ สำหรับเจ้านาย และบันไดเล็กสำหรับข้าราชบริพาร

             ภายหลังเกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง วันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ มีการจับกุมเจ้านายหลายพระองค์เป็นองค์ประกัน มีการยึดวัง และสถานที่สำคัญหลายแห่งไว้เป็นหน่วยราชการ เช่น วังบางขุนพรหม พระที่นั่ง อนันตสมาคม เป็นต้น เหตุการณ์เหล่านี้มีส่วนทำให้เจ้านายและข้าราชบริพาร ไม่ไว้ใจในสถานการณ์บ้านเมืองพากันแยกย้ายออกมาประทับและอยู่ภายนอก เช่นเดียวกับพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอัพภันตรีประชาได้ทรงย้ายออก ไปอยู่ภายนอก

                    หลังจากโรงเรียนการเรือนพระนครเข้ามาใช้สถานที่ มีการ ปรับปรุงตำหนักต่างๆ มีการเปลี่ยนคำเรียกชื่อจาก “ตำหนัก” มาใช้ เรียกชื่อเป็น “ตึก” และตามด้วยหมายเลข เช่น ตึก ๗ ตึก ๘ ตึก ๙ ยกเว้นตำหนักพระองค์เจ้าอัพภันตรีประชา ที่เรียกว่า “ตึกใหญ่” เพราะใช้เป็นสำนักงานของโรงเรียนการเรือนพระนคร และครูใหญ่ ของโรงเรียนการเรือนพระนครใช้เป็นที่ทำงาน สันนิษฐานว่า เดิมคงจะเรียกว่า “ตึกครูใหญ่” ภายหลังจึงหดสั้นลงเหลือแค่ “ตึกใหญ่”

              นอกจากนี้ยังมีการพูดต่อกันมาว่า เดิมเรียก “ตำหนักใหญ่” เนื่องจากพระองค์เจ้าอัพภันตรีประชา เป็นพระราชธิดาองค์ใหญ่ของ เจ้าจอมมารดาแสในรัชกาลที่ ๕ จึงมีการเรียกชื่อตำหนักนี้ว่า “ตำหนักพระองค์ใหญ่ หรือ ตำหนักใหญ่” แต่บ้างก็บอกว่าที่เรียก “ตึกใหญ่” เพราะตึกอื่น ๆ เรียกว่า ตึก ๗, ๘, ๙ ส่วนตึกที่มีขนาด ใหญ่กว่าคือตึกเยาวภาพงศ์สนิท หรือยังมีการเรียกตึกใหญ่ในชื่ออื่น ๆ อีกตามคำบอกเล่าคือ ตึกต้นโพธิ์ ในสมัยโรงเรียนการเรือนพระนคร เพราะมีต้นโพธิ์อยู่ด้านหลังตึก และเรียก “ตึกพยาบาล” เมื่อมีการ ใช้เป็นห้องพยาบาลในสมัยวิทยาลัยครูสวนดุสิต